วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552

โทรศัพท์มือถือ BlackBerry

ข้อมูลทั่วไป BlackBerry Curve 8900 - แบล็คเบอร์รี่
* เปิดตัวครั้งแรก 12 มีนาคม 2009 (สยามโฟนฯ) * ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 1 ปี 2009 (มีนาคม 52) * ราคามือถือ (เปิดตัว) 25,500 บาท (มีนาคม 52)





ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)
* ระบบ Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz)
* จอแสดงผล TFT-LCD 65,000 สี - 480 x 360 พิกเซล (2.44")
* ปุ่มควบคุม Trackball 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)
- คีย์บอร์ด QWERTY รองรับภาษาไทย
* เสียงเรียกเข้า MP3, Polyphonic
- ระบบสั่น (Vibration in Phone)
* หน่วยความจำ 115 เมกะไบต์ (ตัวเครื่อง)
- การ์ดหน่วยความจำ microSD


ระบบเชื่อมต่อและส่งข้อมูล (Connectivity)
* รองรับการใช้งานโมเด็มในตัว (Build-In Modem)
- RIM® wireless modem, Tethered modem capability
* ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer)
- WiFi 802.11b/g, WLAN (Wireless LAN)
- บลูทูธ Bluetooth™ v2.0 , USB
- รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ (A2DP Bluetooth™ stereo sound)
* ใช้งานอินเตอร์เน็ต xHTML, WAP 2.0 Browser
* รับ-ส่งข้อความ (Messaging)
- อีเมล์ Email, MMS, SMS ผ่าน EDGE, GPRS
- ข้อความแชท (BlackBerry Messenger)
* รองรับ จาวาแอพลิเคชั่น - Java MIDP 2.0



จุดเด่นและคุณสมบัติพิเศษ (Feature)
* ระบบดาวเทียม ค้นหาตำแหน่ง (Build-In GPS navigation)
- รองรับแผนที่ BlackBerry® Maps
* กล้องดิจิตอล 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช (Digital Camera)
- ขนาดภาพสูงสุด 2048x1536 พิกเซล (Image Size)
- ปรับภาพอัตโนมัติ (Auto Focus)
- ซูมดิจิตอล 2 เท่า (2x Digital zoom)
- สมดุลแสงสีขาว :อัตโนมัติ, แดดจัด, ฟ้าครึ้ม, กลางคืน, หลอดไฟทังสเตน และ ฟลูออเรสเซนต์
- โทนสี : ขาวดำ และ ซีเปีย
- แนบตำแหน่งบนแผนที่ไปกับภาพถ่าย (Geo-tagging)
* บันทึกภาพวีดีโอ พร้อมเครื่องเล่น (Video recording & Playback)
- ความละเอียด 240x180, 176x144 พิกเซล
* เครื่องเล่นวีดีโอ DivX, XviD (MPEG4), H.263, WMV
* เครื่องเล่นเพลง WAV, MIDI, AMR-NB, G711u/A, GSM610, PCM, MP3, AAC/AAC+/eAAC+, WMA
* เกมส์ : BrickBreaker, Word Mole, Texas Hold'Em King 2, Sudoku และ Klondike
* เครื่องบันทึกเสียง (Video Recording)
* โทรออกด้วยเสียง (Voice Dial)
* แฮนด์ฟรีในตัว (Build-In Handsfree)
* โปรแกรมอ่านเอกสาร (DOC, XLS, PPT)
* ปฏิทิน, รายชื่อ-ที่อยู่, บันทึกงาน, จดบันทึก, เครื่องคิดเลข
* Flight mode : ใช้งานเครื่องโดยไม่เปิดสัญญาณโทรศัพท์การใช้งานของแบตเตอรี่
* แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion 1,400 mAh (Standard Battery)
* เปิดรอรับสาย 356 ชั่วโมง (Standby Time)
* สนทนาต่อเนื่อง 5.5 ชั่วโมง (Talk Time)






วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เครื่องมือที่ใช้สำหรับตรวจสอบ หรือ กำจัดการทำงานของสแปม



1. ระบบ Bayesian
Bayesian เป็นโมดูลที่สำคัญมากในระบบ Anti-spam ซึ่งใช้ในการวิเคราะห์ส่วนประกอบของอีเมล์ โดยมีหลักการทำงานแยกเป็น สองขั้นตอนคือ

1. ขั้นเรียนรู้ จะเรียนรู้ส่วนประกอบต่างๆของอีเมล์ เพื่อให้ทราบว่าส่วนประกอบใดอยู่ในอีเมล์ที่เป็นอีเมล์ขยะ และส่วนประกอบใดอยู่ในอีเมล์ที่ไม่ใช่อีเมล์ขยะ

2.ขั้นตรวจสอบ จะตรวจสอบส่วนประกอบต่างๆของอีเมล์ที่เข้ามาในระบบ กับข้อมูลที่เรียนรู้มา เพื่อคำนวนว่าอีเมล์ที่เข้ามานั้น คล้ายกับอีเมล์ขยะกี่เปอร์เซ็น


2. Spamassassin
ตัวที่ใช้ในการกรองอีเมล์ ว่าอีเมล์ที่เข้ามานั้นเป็นสแปมหรือเปล่า เหมือนเป็นตัวที่ filter อีเมล์ที่เข้ามาในระบบว่าเป็นสแปมหรือเปล่า นั่นเอง

การกรองอีเมล์ขยะด้วย Spamassassin เป็นการตั้งค่า ระดับการกรอง email ขยะให้ทั้งโดเมน

รู้จักกับ Email Marketing

Email Marketing (อีเมล์ มาเก็ตติ้ง) คือ การทำการค้านผ่านทางระบบอีเมล์ โดยอาศัยการใช้งานบนระบบอินเทอร์เน็ตในการส่งอีเมล์

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เปลี่ยน'โน๊ตบุ๊ค'ให้เป็น'สมาร์ทบุ๊ค'

ยัง ไม่ทันที่คนทั่วๆ ไปจะเข้าอกเข้าใจแนวความคิดของ "เน็ตบุ๊ก" แล็ปทอปตัวจิ๋วกันได้ดีเพียงพอแม้ว่ามันจะขายดิบขายดีจนสร้างปรากฏการณ์ให้ กับวงการสินค้า อิเล็กทรอนิกส์ ก็มีแนวคามคิดใหม่ที่จะ ผลักดัน "สมาร์ตบุ๊ก" ออกมาอีกแล้ว โดยในงานคอมพิวเท็กซ์ที่ไต้หวันสัปดาห์นี้มีออกมาโชว์ตัวให้ดู



ผลักดันโดยควอลคอมม์ และฟรีสเกล ผู้ผลิตชิปเออาร์เอ็ม
ดู เผินๆ คล้ายกับจะเป็นการพยายามยกระดับเน็ตบุ๊กขึ้นไปอีกระดับ งานนี้มีข่าวว่าหลายบริษัทจะกระโดดเข้าร่วมหัวจมท้าย กับสมาร์ตบุ๊ก ไล่มาตั้งแต่ บรอดคอม, เอ็นวิเดีย จนถึงอะโดบี

แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปนัก น่าจะเป็นเกมธุรกิจที่จะช่วงชิงตลาดแล็ปทอปจิ๋วราคาถูกจากชิปอะตอมของอินเท ลที่ครองตลาดส่วนใหญ่อยู่

กลุ่มนี้ต้องการให้แล็ปทอปจิ๋วที่จะหันมาใช้ชิปเออาร์เอ็ม เรียก

ขานกันว่า "สมาร์ตบุ๊ก" แทนคำว่า "เน็ตบุ๊ก" ที่ใช้กันอยู่เดิมจนติดตลาดไปแล้ว

สิ่ง ที่พอเห็นว่าอาจจะเปลี่ยนปลงไปจากเดิมก็คือ ราคาขายโดยเปรียบเทียบว่าน่าจะถูกกว่าเน็ตบุ๊ก ขณะที่มาตรฐานแบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า โดยจะใช้ได้ถึง 8 ชั่วโมง แต่สิ่ง
ที่สูญเสียไปคือพลังประมวลผลต่ำกว่าอะตอม นั่นทำให้สมาร์ตบุ๊กต้องพึ่งพาระบบปฏิบัติการลีนุกมากกว่าวินโดวส์

จุด สำคัญอยู่ตรงที่เชื่อมสมาร์ตโฟนไว้ในตัวสมาร์ตบุ๊ก โดยอาศัยความสามารถพิเศษของชิป โดยเฉพาะ "สแนปดรากอน" ของควอลคอมม์ ซึ่งจะมีใช้อยู่ในอุปกรณ์ โมบายต่างๆ ร่วม 30 ชนิด สมาร์ตบุ๊กเป็นหนึ่งในนั้น

ด้วยชิปตัวเดียวนี้ทำให้สมาร์ตบุ๊ก สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งไว-ไฟ, เซลลูลาร์ 3G, GPS ตลอดจนบลูทูท น้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม และความหนาไม่ถึง 20 ม.ม.

ผู้ผลิตที่มีแนว โน้มจะผลิตสมาร์ตบุ๊กแล้วเวลานี้อย่างน้อยๆ 2 ราย คือ อัสซุส และ ซัมซุง คาดว่าราวๆ ต้นปีหน้าน่าจะได้เห็น ต้องคอยดูกันว่าระหว่างแนวคิดทำพีซีให้เล็กลงของอินเทลกับทำสมาร์ตโฟนให้ ใหญ่ขึ้นของควอลคอมม์ ใครจะยืนระยะไปได้ยาวกว่ากัน

หรือในที่สุดแล้วมันจะกลืนเข้าหากันในโลกของโมบายคอมพิวติ้งยุคใหม่ เพราะฝั่งอินเทลเองก็ไม่หยุดพัฒนาชิปของตัวเองแน่ๆ อยู่แล้ว

แต่สุดท้ายก็คงตัดสินกันที่ความต้องการของผู้ซื้อนั่นเอง

ขอบคุณ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ ไอทีทะลุโลก
โดย siripong@kidtalentz.com


วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ซัมซุง S3600, โนเกีย 3110c, Motorola L6, Nokia 7360 L'Amour Collection,



Samsung S3600 - ซัมซุง S3600


ข้อมูลทั่วไป Samsung S3600 - ซัมซุง S3600
- True Style Packed into a Streamlined Metal Body -

เปิดตัวครั้งแรก 11 ธันวาคม 2008 (สยามโฟนฯ)
ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 1 ปี 2009 (กุมภาพันธ์ 52)
ราคามือถือ (เปิดตัว) 4,990 บาท (กุมภาพันธ์ 52)


ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)
ระบบ Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz)
จอแสดงผล TFT-LCD 256K สี - 176 x 220 พิกเซล (2.2")
ปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)
เสียงเรียกเข้า MP3, Polyphonic
- ระบบสั่น (Vibration in Phone)
หน่วยความจำ 30 เมกะไบต์ (ตัวเครื่อง)
- การ์ดหน่วยความจำ microSD - สูงสุด 2 GB
แสดงรูปถ่าย ขณะมีสายเข้า (Photo CallerID)

ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity)
ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer)
- บลูทูธ Bluetooth™ v2.0, USB v2.0
- รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ (A2DP Bluetooth™ Stereo)
ใช้งานอินเตอร์เน็ต xHTML, HTML, WAP 2.0 Browser
รับ-ส่งข้อความ (Messaging)
- อีเมล์ Email
- MMS, EMS, SMS ผ่าน EDGE, GPRS Class 10
- ระบบสะกดคำ T9
รองรับ จาวาแอพลิเคชั่น - Java MIDP 2.0

จุดเด่น (Feature)
กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล (Digital camera)
บันทึกวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว (Video recording)
- รองรับไฟล์ MPEG4
เครื่องเล่น MP3 Player
- รองรับไฟล์ MP3, AAC, eAAC+, WMA
วิทยุ FM Radio - RDS
โปรแกรมตัดต่อรูปภาพ (Picture editing)
โปรแกรมอ่านเอกสาร (Office document viewer)
แฮนด์ฟรีในตัว (Build-In Handsfree)

การใช้งานของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion 880 mAh (Standard Battery)
เปิดรอรับสาย - ชั่วโมง (Standby Time)
สนทนาต่อเนื่อง - นาที (Talk Time)

Tip& Trick
วิธี set ให้มือถือซัมซุงรุ่นนี้เปิดฝาแล้วค่อยรับสาย จ้า...
App setting -> Call -> All calls -> Answering mode






Nokia 3110 Classic
ข้อมูลทั่วไป Nokia 3110 Classic - โนเกีย

เปิดตัวครั้งแรก 13 กุมภาพันธ์ 2007 (สยามโฟนฯ)
ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 2 ปี 2007 (เมษายน 50)
ราคามือถือ (เปิดตัว) 5,620 บาท (เมษายน 50)

ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)
ระบบ Triband (GSM 900/1800/1900 MHz)
จอแสดงผล TFT-LCD 262,000 สี - 128 x 160 พิกเซล
ปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)
เสียงเรียกเข้า MP3, AAC, 64-polyphonic (เครื่องดนตรี 64 ชิ้น)
- ระบบสั่น (Vibration in Phone)
หน่วยความจำ 9 เมกะไบต์ (ตัวเครื่อง)
- การ์ดหน่วยความจำ microSD card (T-Flash)

ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity)
ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer)
- อินฟราเรด , บลูทูธ 2.0 - Bluetooth™ , miniUSB 2.0
- รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ (Bluetooth stereo sound)
ใช้งานอินเตอร์เน็ต xHTML, WAP 2.0 Browser
- รองรับแอพพลิเคชั่น Macromedia Flash Lite 2.0
รับ-ส่งข้อความ (Messaging)
- อีเมล์ Email, MMS, SMS ผ่าน EDGE, GPRS, HSCSD
- ระบบ Push-to-talk สนทนาผ่าน GPRS
รองรับ จาวาแอพลิเคชั่น - Java MIDP 2.0

จุดเด่น (Feature)
กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล (Digital camera)
- ขนาดภาพสูงสุด 1280x1024 พิกเซล (Image size)
- ซูมดิจิตอล 8 เท่า (8x smooth zoom)
บันทึกวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว (Video recording)
เครื่องเล่น MP3 music player, วิทยุ FM Stereo
โทรออก, บันทึกเสียง (Voice function)
ปฎิทิน, เครื่องคิดเลข, จดบันทึก, สิ่งที่ต้องทำ
นาฬิกาปลุก, จับเวลา, นับถอยหลัง

การใช้งานของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion 1,020 mAh (BL-5C)
เปิดรอรับสาย 370 ชั่วโมง (Standby Time)
สนทนาต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง (Talk Time)






Motorola L6 - โมโตโรล่า


Motorola L6 Pink - โมโตโรล่า
เปิดตัวครั้งแรก 10 มีนาคม 2005
ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 4 ปี 2005 (พฤศจิกายน 48)
ราคามือถือ (เปิดตัว) 7,900 บาท (พฤศจิกายน 48)

ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)
ระบบ Triband (GSM 900/1800/1900 MHz)
จอแสดงผล STN-LCD 262K สี - 128 x 160 พิกเซล
ปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)
เสียงเรียกเข้า MP3, 24-polyphonic (เครื่องดนตรี 24 ชิ้น)
- ระบบสั่น (Vibration in Phone)
หน่วยความจำ 11.5 เมกะไบต์ (ตัวเครื่อง)
บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ 1,000 รายชื่อ (Phonebook)
- แสดงรูปถ่าย ขณะมีสายเข้า (Photo Caller ID)

ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity)
ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer)
- บลูทูธ Bluetooth™ , mini USB
ใช้งานอินเตอร์เน็ต WAP 2.0 Browser
รับ-ส่งข้อความ (Messaging)
- อีเมล์ email, MMS, SMS ผ่าน GPRS
- ฟังค์ชั่น Push-to-talk (PTT), Instant messaging
รองรับ จาวาแอพลิเคชั่น - Java MIDP 2.0

จุดเด่น (Feature)
กล้องดิจิตอล VGA 330K พิกเซล (CMOS Camera)
- ซูมดิจิตอล 4 เท่า (ขนาดภาพสูงสุด 640x480 พิกเซล)
เครื่องเล่นเพลง MP3 และ วีดีโอ (MP3/AAC/MPEG player)
แฮนด์ฟรี พร้อมลำโพงในตัว (Loudspeaker)
บันทึกข้อความเสียง (Voice Memo)
นาฬิกาปลุก, จับเวลา, ปฎิทิน, เครื่องคิดเลข, จดบันทึก
Organizer - เตือนนัดหมาย, สิ่งที่ต้องทำ

การใช้งานของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion 820 mAh (Standard Battery)
เปิดรอรับสาย 310 ชั่วโมง (Standby Time)
สนทนาต่อเนื่อง 210 นาที (Talk Time)







Nokia 7360 L'Amour Collection
- Tribal art & Ethnic decoration -

เปิดตัวครั้งแรก 5 กันยายน 2006 (สยามโฟนฯ)
ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 4 ปี 2006 (พฤศจิกายน 49)
ราคามือถือ (เปิดตัว) 6,830 บาท (พฤศจิกายน 49)

ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)
ระบบ Triband (GSM 900/1800/1900 MHz)
จอแสดงผล TFT-LCD 65,536 สี - 128 x 160 พิกเซล
ปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)

เสียงเรียกเข้า MP3, 24-polyphonic (เครื่องดนตรี 24 ชิ้น)
- รูปแบบไฟล์เสียง : MP3, True Tones, AAC, MIDI
- ระบบสั่น (Vibration in Phone)
หน่วยความจำ 4 เมกะไบต์ (ตัวเครื่อง)
ธีม, วอลเปเปอร์, ภาพพักหน้าจอ และอุปกรณ์เสริมแยกแบบดีไซน์
มีเฉด 3 สีให้เลือก (Colors) :
- ชมพู (Pink), น้ำตาล (Brown) และ ทองอำพัน (Warm amber)
ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity)
ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer)
- อินฟราเรด IrDA, SyncML - Pop-port™
ใช้งานอินเตอร์เน็ต WAP 2.0 xHTML/HTML multimode browser
รับ-ส่งข้อความ (Messaging)
- อีเมล์ Email พร้อมไฟล์แนบ (Attachment)
- MMS, EMS, SMS ผ่าน EDGE, GPRS, HSCSD
- รองรับ Push-to-Talk สนทนาผ่าน GPRS
รองรับ จาวาแอพลิเคชั่น - Java MIDP 2.0

จุดเด่น (Feature)
กล้องดิจิตอล VGA 640x480 พิกเซล (Digital Camera)
บันทึกวีดีโอ (Video recording) , บันทึกเสียง (Voice recording)
วิทยุ Stereo FM Radio
ลำโพงแฮนด์ฟรี (Handsfree speaker)
สั่งการใช้งานเครื่องด้วยเสียง (Voice-activated user interface)
Mobile Wallet (จดบันทึกรหัส ข้อมูลส่วนตัว)
นาฬิกาปลุก, ปฏิทิน, เครื่องคิดเลข
ออร์กาไนเซอร์ : จดบันทึก, ตารางนัดหมาย, รายการที่ต้องทำ

การใช้งานของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion 760 mAh (Standard Battery)
เปิดรอรับสาย 450 ชั่วโมง (Standby Time)
สนทนาต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง (Talk Time)






Nokia 2600
ข้อมูลทั่วไป Nokia 2600
- Professional All the Way -
เปิดตัวครั้งแรกในเดือน มิถุนายน 2004
กำหนดออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 3 ปี 2004
ราคามือถือ (เปิดตัว) 4,900 บาท (ตุลาคม 47)

รายละเอียดตัวเครื่อง
ระบบ Dualband (GSM 900/1800 MHz)
หน้าจอ High-resolution 4096 สี - 128x128 พิกเซล
เมนูแสดงผล - Nokia Series 40 user interface (UI)
- เปลี่ยนธีมสี, ปรับเมนู Grid และ List
ปุ่มควบคุม 4 ทิศทาง (4-ways Navi-Key)
ถอดเปลี่ยนหน้ากากหน้า-หลัง (Changeable cover Xpress-on™)
เสียงเรียกเข้าโพลีโฟนิค (MIDI) พร้อมระบบสั่น
- แต่งเสียงเรียกเข้าได้ (Mono-Composer)
บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ 550 รายชื่อ (รวมในซิมการ์ด)
ดาวน์โหลดเพิ่มเติม (Download)
- วอลเปเปอร์หน้าจอ, ริงโทน
เกมส์ (Games) : Mobile Soccer, Bounce, Nature Park

ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity)
รับ-ส่งข้อความ (Messaging) - SMS , SMS CHAT

จุดเด่น (Feature)
นาฬิกาปลุก, เครื่องคิดเลข, แปลงสกุลเงิน นับถอยหลัง, จับเวลา
ปฏิทินประจำปี - วัน/สัปดาห์/เดือน
ออร์กาไนเซอร์ : จดบันทึก, ตารางนัดหมาย, สิ่งที่ต้องทำ
ประชุมพร้อมกัน 3 สาย (Conference Call)
โทรออก, สั่งงาน, บันทึกข้อความเสียง (Voice Function)
แฮนด์ฟรีในตัว (Built-In Handsfree)
รองรับ 50 ภาษาทั่วโลก (Language Support)
การใช้งานของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion 820 mAh (Standard Battery)
เปิดรอรับสาย 250 ชั่วโมง (Standby Time)
สนทนาต่อเนื่อง 120-210 นาที (Talk Time)





Nokia 3530
ข้อมูลทั่วไป Nokia 3530
ปุ่มควบคุม 4 ทิศทาง (4-ways Navi-Key)
เปิดตัวครั้งแรกในปี 2002 ไตรมาสที่ 3
กำหนดวางจำหน่ายประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2003
(เฉพาะในแถบเอเซีย-แปซิฟิก)
ระบบ Dualband ใช้งานได้ 2 ระบบ (gsm900/1800)
หน้าจอแสดงผล 4096 สี
ถอดเปลี่ยนหน้ากากได้หลายแบบ
ระบบสั่นในตัวเครื่อง
เสียงเรียกเข้าแบบ Polyphonic (MIDI)
รองรับระบบ MMS ส่งข้อความ, รูปภาพพร้อมเสียง
ดาวน์โหลด LOGO, Ringtone , ภาพ Background
หรือ Wallpaper หน้าจอ
รับ-ส่งสัญญาณ SMS
รองรับ GPRS Class 3+1
รองรับ HSCSD รับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง
นาฬิกาบอกเวลา, นาฬิกาปลุก, เครื่องคิดเลข, ปฎิทิน
เกมส์

จุดเด่นพิเศษ
สนับสนุน WAP Browser
รองรับ Java™ สามารถดาวน์โหลด Application,
Game เพิ่มเติมได้จากอินเตอร์เน็ต
ดาวน์โหลดเกมส์ Java™ ผ่าน WAP

เกร็ดเล็ก - เกร็ดน้อย
แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion 1000 mAh
เปิดรอรับสาย 312 ชั่วโมง
สนทนาต่อเนื่อง 150-270 นาที
สนนราคาประมาณ 8,900 บาท





...

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เครื่องมือสำหรับสร้างเว็บไซต์

คราวนี้มากับแนวการสร้างเว็บไซต์ และ ตกแต่งเว็บไซต์ให้สวยงามกัน เท่าที่รวบรวมได้ สำหรับคนที่เริ่มต้นที่สร้างเว็บไซต์ แต่หาแนวทางการสร้างไม่ได้ ลองคลิกเข้าไปดูและ copy code มาเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้

สำหรับคนที่เก่งแล้วก็เอาพวก Ajax กะ CSS เข้าไปเพิ่มลูกเล่นให้กับเว็บไซต์ได้ ลองใช้ดู ใช้แล้วเว็บจะน่าสนใจมากขึ้น

1. Theme for web site:
http://www.smashingmagazine.com/2008/01/08/100-excellent-free-high-quality-wordpress-themes/


2. Format:
http://wordpress.org/


3. Java script:
http://www.codetukyang.com/java/index.htm


4. Ajax Loading Data:
http://www.codetukyang.com/java/index.htm

http://www.ajaxload.info/

http://www.dhtmlgoodies.com/index.html?whichScript=tooltip_shadow

http://www.eulerian.com/en/opensource/datepicker-prototype-scriptaculous


5. CSS:
http://www.alvit.de/css-showcase/css-navigation-techniques-showcase.php

Wi-Fi กับ Bluetooth ต่างกันยังไง

นปี 2003 เป็นต้นไปเทคโนโลยีที่คาดว่าจะมาแรงแบบสุดๆตอย่างหนึ่งก็คือ WiFi ซึ่งคำถามแรกของผู้ที่ได้ยินคำนี้ก็ต้องถามเป็นเสียงเดียวกันว่าแล้ว WiFi มันคืออะไรกันนะ ? รู้จักแต่คำว่าไวไฟ ที่เขียนท้ายรถบรรทุกน้ำมัน

จากอดีต

ก่อนที่เราจะมาพูดถึงว่า Wi-Fi มันคืออะไรนั้น เราลองมาทำความเข้าใจกันเล็กๆน้อยเกี่ยวกับเรื่องระบบ Network สักนิดนะครับ การที่ คอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องจะมาเชื่อมต่อกัน เพื่อประโยชน์ในการแชร์ ข้อมูลซึ่งกันและกันหรือเอามาแชร์ Internet เพื่อใช้งาน แบบประมาณว่า ต่อ Internet เพียงแค่เครื่องเดียว เครื่องอื่นๆที่อยู่ในเครือข่ายก็สามารถใช้งาน Internet ได้ด้วย ซึ่งการต่อเชื่อมคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องเข้าด้วยกันนี้ แต่เดิมนั้นเราจะใช้สาย Lan ต่อเข้ากับ Lan card ของเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องเพื่อจะเชื่อมเข้าหา ซึ่งการต่อแบบใช้สายนี้มันมีค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก แต่จะยุ่งยากหน่อยก็ตรงที่ในบ้านเรา หรือใน office ที่เราจะเชื่อมต่อนั้น จะต้องเรียกช่างมาเดินสาย Lan เหมือนกับเดินสายไฟภายในบ้าน ซึ่งมันก็วุ่นมากทีเดียวหากเป็นบ้านที่มีคนอยู่แล้ว ต้องมานั่งรื้อข้าวของให้วุ่นวายกันไปหมด

ถึงปัจจุบัน

เหมือนกับว่าพระเจ้าเห็นใจผู้รักเทคโนโลยี จึงทำให้มีผู้คิดค้นวิธีเชื่อมต่อ Lan แบบใหม่ขึ้นมาโดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงสายให้มันวุ่นวาย แต่คราวนี้เราจะใช้คลื่นเชื่อมแทนครับ ฟังแค่นี้ก็ดูน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมครับ
ด้วยระบบเทคโนโลยี Lan ไร้สาย 802.11 จึงเกิดขึ้นมาบนโลกเบี๊ยวๆใบนี้ โดยการพัฒนาจากสถาบันวิศวกรไฟฟ้า และ อิเลคโทรนิค หรือ Institute of Electrical and Electronics Engineering (IEEE) นั่นเอง เลยทำให้กลายเป็นศัพท์ใหม่ที่เห็นกันบ่อยๆว่า IEEE 802.11 ซึ่งก็ได้มีการพัฒนากันมาเรื่อยจาก 802.11 ธรรมดามาเป็น 802.11 b 802.11 a 802.11 g ซึ่งมันจะต่างกันเรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูลเป็นหลัก ( เดี๋ยวเราค่อยมาเล่าต่ออีกทีว่ามันต่างกันอย่างไร )

Wi-Fi คืออะไร

Wi - Fi ก็คือองค์กรหนึ่ง ที่ทดสอบผลิตภัณฑ์ Wireless Lan หรือระบบ Network แบบไร้สาย ภายใต้เทคโนโลยีการสื่อสาร ภายใต้มาตราฐาน IEEE 802.11 ว่าอุปกรณ์ทุกตัวซึ่งต่างยี่ห้อกันนั้นมันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่มีปัญหา หากว่าอุปกรณ์ตัวนั้นมันผ่านตามมาตราฐานเขาก็จะปั๊ม ตรา WIFI certified ซึ่งเป็นอันรู้กันว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นสามารถติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ตัวอื่นที่มีตรา WIFI certified นี้ได้เช่นกัน แต่ทำไปทำมามันกลายเป็นคำศัพท์สำหรับ อุปกรณ์ Lan ไร้สาย ไปโดยปริยาย จนบางคนก็เรียกกันติดปาก

เช่น Notebook ตัวนี้ หรือ PDA ตัวนี้มันมี WiFi ด้วยหละ ! นั่นก็หมายความว่า อุปกรณ์ชิ้นนั้นมันสามารถติดต่อสื่อสารกับเครื่องตัวอื่นในระบบ Network แบบไร้สายได้ โดยอยู่ภายใต้มาตราฐานเทคโนโลยี 802.11

แล้วเลข 802.11 มันคืออะไร ซึ่งผมเชื่อว่ามันต้องเป็นคำถามต่อมาอย่างแน่นอน สำหรับเลข 802.11 นั้นก็เป็น เทคโนโลยีมาตราฐานแบบเปิดซึ่งกำหนดโดย Institute of Electrical and Electronics Engineering (IEEE) โดยเลขหลักตัวหน้ามันจะเหมือนๆกัน แต่ความแตกต่างของเทคโนโลยีจะกำหนดด้วยตัวอักษรด้านหลัง เช่น 802.11 b 802.11 a 802.11 g

Throughput Range Frequency Hot -spot access Power drain Interference risk Cost
802.11b 5Mbps 150 feet 2.4GHz Excellent Moderate High Low
802.11g 20Mbps 150 feet 2.4GHz Excellent Moderate High Moderate
802.11a 22Mbps 100 feet 5GHz Poor High Low High
Dual band 22Mbps 150 feet 2.4GHz 5GHz Excellent Moderate Low High
Bluetooth 500Kbps 30 feet 2.4GHz Poor Low High Moderate

แล้ว WiFi กับ Bluetooth มันเหมือนกันไหม ?

ผมขอบอกว่า 2 อย่างนี้มันคล้ายๆกันครับ ถึงแม้ว่า Bluetooth กับ Wi-Fi มันจะเป็นการติดต่อเพื่อสร้างระบบ Network เล็กๆโดยการเชื่อมโยงอุปกรณ์ตั้งแต่สองตัวเข้าหากัน แต่การใช้งานของ Bluetooth กับ Wi-Fi นั้นมันต่างกันมากครับถึงว่า เทคโนโลยีของ Wi-Fi กับ Bluetooth มันจะใช้ความถี่คลื่นเดียวกันที่ 2.4 GHz และ Bluetooth กับ Wi-Fi มันก็ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้

Bluetooth เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์สองตัวเข้าหากันด้วยความถี่คลื่นที่ 2.4 GHz ซึ่งมีระยะการทำงานที่สั้นมากคือได้ประมาณ 30 ฟุตเป็นอย่างมากในที่โล่ง จุดประสงค์ที่เขาสร้าง Bluetooth ขึ้นมาก็เพื่อมาแทนที่สายไฟที่ระเกะระกะ ในการเชื่อมโยงอุปกรณ์สองตัวเข้าหากัน เช่น Palm กับ โทรศัพท์มือถือ หรือ โทรศัพท์มือถือ กับ Small talk ข้อจำกัดของ Bluetooth นอกจากเรื่องของระยะทางที่สั้น แล้วเรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูลก็ยังต่ำกว่า Wi-Fi อีกด้วย หากเอามาใช้งานการส่งข้อมูลไม่มาก เช่น เอามาใช้ Hotsync กับเครื่อง Palm หรือ Beam file จากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่อง เท่านี้คงจะไม่รู้สึกเท่าไร แต่หากจะเอา PC สองตัวมาทำระบบ Network โดยใช้ Bluetooth หละก็จะเห็นถึงความอืดอย่างชัดเจน อย่างที่ผมเคยทดสอบมา โอนไฟล์จาก PC เครื่องหนึ่งไปยัง อีกเครื่องหนึ่ง รอกันเบื่อกันไปข้างเลยครับ สรุปง่ายๆก็คือว่า Bluetooth เหมาะสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Device เล็กเข้ากัน ด้วยระยะทางเพียงสั้นๆ เพื่อสร้าง Network แบบกระจุ๋มกระจิ๋มส่วนตัว ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า PAN ( Personal area network )



Wi-Fi เป็นการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี 802.11 ซึ่งมีข้อดีก็คือมันสามารถส่งข้อมูลแบบไร้สายได้รวดเร็ว ดังนั้นมันจึงเหมาะที่จะนำมาสร้างเครือข่ายไร้สายสำหรับการเชื่อมคอมพิวเตอร์เข้าหากัน หรืออาจจะเอา PDA มาเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ก็ยังได้หาก PDA รุ่นนั้นๆมัน สนับสนุน Wi-Fi ข้อดีอีกหลายข้อของ เทคโนโลยี 802.11 ก็พอจะเล่าให้ฟังคร่าวดังต่อไปนี้ครับ การทำงานสามารถสื่อสารได้ไกลกว่าการใช้ Bluetooth , เป็นที่นิยมมากกว่า และมันคือระบบที่มีการทำงานคล้ายกับระบบ Network แบบมีสายมากที่สุด โดยเฉพาะ เทคโนโลยี 802.11 b ซึ่งมีความเร็ว 11 Mb/s อันนี้จะนิยมมากที่สุด แต่ในอนาคตก็คงจะมีการพัฒนาให้มันส่งข้อมูลได้เร็วมากขึ้นไปอีก



สร้างเครือข่ายส่วนตัวใช้เองดีกว่า ( Wi-Fi ในบ้าน )

แนะนำกันไปยืดยาวจนคอแห้งแล้วนะครับว่า Wireless Lan ที่มักเรียกกันติดปากว่า Wi-Fi มันคืออะไร สมัยนี้เรื่องการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์เขากำลังเป็นที่นิยม เพราะเขาเชื่อกันว่าในบ้านสมัยนี้เขามักจะมีคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 เครื่องดังนั้นเราก็น่าจะเอาคอมพิวเตอร์ในบ้านทั้งหมด มาต่อเชื่อมกันเพื่อแชร์ทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์เน็ตหรือ Printer จะได้ช่วยกันประหยัด หรือเอาแบบ เท่ห์ๆหน่อยก็ ส่ง msn หรือ email ไปเรียก คุณพ่อ หรือคุณ แม่ที่อยู่ชั้นสองให้ลงมาทานข้าวพร้อมกัน ก็ยังได้ หรือหากบ้านไหนอยู่กันเยอะๆก็อาจจะมาเล่นเกมส์ร่วมกันบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็ได้
แต่ยุคนี้หากจะสร้างเครือข่ายกันในบ้าน หากยังใช้แบบมีสายอยู่ก็อาจจะดูไม่ค่อยจะสะดวกเท่าไรนัก เพราะต้องเรียกช่างมาเดินสายภายในบ้าน หากเป็นบ้านที่อยู่แล้วก็ยิ่งลำบากใหญ่ ดังนั้นหากเราใช้ Wi-Fi ก็จะทำให้การสร้างเครือข่ายนั้นง่ายขึ้นครับ คล่องตัวมากทีเดียว เราอาจจะเอา Notebook ไปนั่งเล่น อินเตอร์เน็ต กลางสวนหลังบ้านก็ยังได้ สำหรับงบประมาณการสร้างเครือข่ายไร้สายแบบ Wi-Fi นี้ก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 6500-9000 บาทครับ อุปกรณ์ที่จำเป็นก็มี Access Point 1 ตัว + USB wireless lan card อีกสัก 2 ตัว


Hot spot คืออะไร ? ( Wi-Fi นอกบ้าน )

ผมเชื่อว่าหมู่นี้เรามักจะได้ยินคำว่า Hot spot มากขึ้น แล้วเจ้า Hot spot มันมาเกี่ยวโยงอะไรกับ Wi-Fi ได้ไง เดี๋ยวเรามาดูกันครับ ผมขอเกริ่นเล็กๆน้อยๆกันก่อนว่า ในยุคสมัยนี้การที่เราจะเล่น อินเตอร์เน็ตขณะอยู่นอกบ้านนั้นเราสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ

1. ไปหา Internet Cafe ' อันนี้เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด ค่าใช้จ่ายตกประมาณชั่วโมงละ 30-50 บาทโดยเฉลี่ย แต่มีข้อดีที่ว่าสะดวกง่ายดาย อยากใช้เมื่อไรวิ่งหาร้านจ่ายสตางค์แล้วลุยกันได้เลย แต่ข้อเสียก็มีครับ คือเราไม่สามารถใช้ข้อมูลส่วนตัวที่เราทำงานบนเครื่อง PC ที่บ้านได้ ถึงจะทำได้ก็ค่อนข้างวุ่นวายมากทีเดียว หากลืมไฟล์ไว้ที่ PC ที่บ้านก็จบกัน ส่วนมากจะใช้หาข้อมูลจาก www , เช็ค email หรือ chat เสียมากกว่า และเรื่องของความปลอดภัยในข้อมูลที่เรากรอกไว้ที่เครื่อง PC ในร้านก็ค่อนข้างเสี่ยง และความเร็วของ อินเตอร์เน็ตในแต่ละร้านก็ค่อนข้างจะเอาแน่เอานอนไม่ได้เสียด้วย

2. ใช้ GPRS โดยนำ Notebook หรือ PDA ต่อ อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ GPRS วิธีนี้ดูเหมือนจะ เดิ้ล มากพอสมควร แบบสามารถใช้งานได้ทุกที่ที่มีคลื่นโทรศัพท์ เรื่องของค่าใช้จ่ายก็จะคิดตามปริมาณข้อมูลรับส่ง หากเป็นการใช้งานบนเครื่อง PDA อาจจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร แต่หากเป็น Notebook อาจจะค่อนข้างเปลืองมากกว่า แต่ก็นับว่าโชคดีที่สมัยนี้ยังมี GPRS แบบไม่จำกัดปริมาณการใช้งานอยู่เลยทำให้ผู้ที่ได้รับโปรโมชั่นนี้อาจจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไรนัก แต่เรื่องของความเร็วของ GPRS นั้นยังมี speed ที่ประมาณ 40 Kbps

3. Hotspot เป็นบริการ อินเตอร์เน็ตสาธารณะไร้สายความเร็วสูง ด้วยเทคโนโลยีของ Wireless Lan หรือที่เรียกกันติดปากว่า Wi-Fi ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้บริการกันมากขึ้นเรื่อยตามแหล่งชุมชน ต่างๆ เช่น สนามบิน ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล การใช้บริการ Hotspot นี้ อาจจะต้องลงทุนสูงสักนิด เพราะสองสิ่งหลักที่เราต้องมีก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook หรือ PDA และ Wireless Lan card ( ราคาประมาณ 1500-2000 บาท ) แต่หาก Notebook หรือ PDA บางรุ่นมี Wi-Fi ในตัวก็สบายไปหน่อยไม่ต้องไปหาซื้ออุปกรณ์เพิ่ม ข้อดีของการใช้ Wi-Fi ก็คือ สถานที่ที่บริการ อินเตอร์เน็ตสาธาณะที่เรียกกันว่า Hot Spot นี้เขามักจะบริการด้วย อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง แบบเปิดเว็บปุ๊ปมาปั๊ป ค่อนข้างทันใจ และเราสามารถยก office ไปนั้งทำงานตามร้านกาแฟได้อย่างสบายๆ เพราะข้อมูลงานต่างๆของเรานั้นก็เก็บไว้ใน Notebook ของเราอยู่แล้ว แบบประมาณว่าจัดประชุมนัดลูกค้ามาคุยกันนอกสถานที่เลยก็ได้ แต่ Hot Spot ในบ้านเรานั้นเรียกว่ายังใหม่ กิ๊ก อยู่เลยครับ ทำให้อัตราค่าบริการยังค่อนข้างสูงมากทีเดียว แต่บางที่ก็บริการฟรีนะครับ จุดให้บริการก็เริ่มทยอยเปิดกันเรื่อยๆ แต่เรื่อง Hotspot นี้ในบ้านเรานับว่าเป็นสิ่งที่ใหม่มากพอสมควร การใช้งานอาจจะยังขัดๆเขินกันบ้างเล็กน้อย แต่สำหรับในต่างประเทศนั้นมันเป็นสิ่งที่ฮิตมากทีเดียว หากเป็นรางวัลก็ต้องขอมอบรางวัลแบบ ออสการ์ให้ไปเลย เพราะว่ามันเป็นที่นิยมอย่างไม่น่าเชื่อ


ที่มา : http://www.mrpalm.com/wifi/what.php